Pronunciation

เมื่อ you ไม่ได้ออกเสียงว่า ยูว์ 

 By Tanny

August 1, 2020 

เวลาที่เราออกเสียงภาษาอังกฤษนั้น มีอยู่หลายครั้งที่เราทำได้ไม่เหมือนกับเจ้าของภาษา และนั่นก็อาจจะทำให้เขาฟังเราไม่ออกหรือถ้าหนักกว่านั้นก็อาจจะคุยกันไม่รู้เรื่อง 

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะธรรมชาติและกฏเกณฑ์การออกเสียงของไทยเรากับภาษาอังกฤษนั้นมีความแตกต่างกัน

อย่างคำบางคำเมื่อวางมันอยู่โดดๆ ออกเสียงอย่างนึง แต่พอไปต่อท้ายคำอื่นกลับออกเสียงอีกอย่างนึง!?!

ตัวอย่างเช่น เสียง /y/ ในคำว่า "you" ถ้าคำนี้วางอยู่โดดๆ แน่นอน...เราจะออกเสียงมันว่า "ยูว์" แต่ถ้าเมื่อไหร่มันไปวางหลังคำอย่าง  "could" หรือ "would" เสียง /y/ ของคำว่า you ก็จะเปลี่ยนไป /d+j/ ทันที และนั่นก็ทำให้เราออกเสียงใหม่เป็น "ดจูว์" 

สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากกฏการออกเสียงข้อนึงของภาษาอังกฤษที่เราเรียกว่า "การกลืนเสียง (assimilation)" โดยกำหนดว่าเมื่อ /y/ ตามหลังเสียงดังที่กล่าวมาข้างต้น เสียงออริจินัลอันแสนจะไร้พลังของมันก็จะต้องแปลงร่างเป็นเสียงของคำหน้าทันที! 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคำจะมีการกลืนเสียงแบบเดียวกันหมด ลักษณะการกลืนเสียงนั้นแตกต่างกัน  โดยจะแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่

      1. Progressive assimilation  เสียงคำหลังเปลี่ยนตามคำหน้า

           เช่น 

           read this ไม่ออกว่า รี๊ด ทีซ แต่ออกเสียงเป็น  รี๊ด ดิซ 

     2. Regressive assimilation  เสียงคำหน้าเปลี่ยนตามคำหลัง  

          เช่น

          gunman  ไม่ออกว่า กันเมิน  แต่ออกเสียงเป็น กัมแมิน

ดังนั้น จึงพอจะบอกได้ว่าที่ you ตามหลังคำอื่นแล้วอ่านว่า ดจูว์ นั้นก็เป็นไปตามแบบที่ 1 นั่นเอง

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า ควรจะออกเสียงให้เป็นตามแบบที่ 1 หรือ 2?!?! ไม่ยากเลย ก็แค่ดูว่าคำไหนมีเสียงพยัญชนะ (consonant) ที่มีพลังมากกว่ากัน เสียงของคำนั้นก็จะไปคลุมเสียงของอีกคำหนึ่งเอง  

เสียงที่มีพลัง (voiced): เสียงที่ทำให้เส้นเสียงสั่นแรง (เอามือจับที่คอดู)

เสียงที่ไม่มีพลัง (voiceless): เสียงที่ทำให้เส้นเสียงสั่นเบาๆ 

(ดูชาร์ทเสียงทั้งสองแบบที่ด้านล่าง)

นับเป็นฝันร้ายชัดๆสำหรับคนไทยอย่างเราๆหลายคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษบ่อยๆ เพราะการกลืนเสียงนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในแทบทุกประโยคและทุกคำของการสนทนา ยิ่งพูดเร็วเท่าไหร่การกลืนเสียงก็ยิ่งมากขึ้น จนพาลให้เราฟังไม่รู้เรื่องว่า ประโยคนั้นเขาพูดหรือถามเราว่าอะไร?!? 

แต่ก็อย่าเพิ่งจิตตกเกินไปเพราะ กฏพวกนี้จริงๆแล้วก็ได้มาจากการสังเกตธรรมชาติการออกเสียงของคนเรานั่นเอง  ดังนั้นถ้าเราได้ลองฝึกฟังและพูดบ่อยๆ เราก็จะเรียนรู้ได้เองโดยแทบไม่ต้องจำกฏเลยก็ได้.....

ทีนี้เราลองมาฝึกออกเสียงตามกฏที่ว่ามาจากคำและประโยคเหล่านี้กันดีกว่า...

1. should win  ควรออกเสียงว่า .....

2. bad gate     ควรออกเสียงว่า...

3. this shop     ควรออกเสียงว่า...

4. Can you see that girl over there?  ควรออกเสียงว่า.....

5. There are ten men in the class. ควรออกเสียงว่า.... 

ถ้าอยากรู้ว่าที่ลองออกเสียงมานั้นถูกต้องมั้ย  ลองอัดคลิปแล้วส่งมาให้ดูนะครับ  หวังว่าบทความแรกนี้จะช่วยให้การพูดภาษาอังกฤษของคุณดีขึ้นได้ไม่น้อยทีเดียว  สวัสดีครับ^^

Practice makes perfect! 

References:

UPPSALA UNIVERSITET

TINH HA: slide share

Tim Pronunciation Workshop: bbclearningenglish.com

ThoughtCo.

video excerpted from bbclearningenglish.com

voiced-and-voiceless-consonants-1212092-